วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

หากมีรักไม่อดตาย

ผมเคยคิดถึงเร่ืองการอดตายมันมีจริงหรือไม่ เม่ือเราอยู่ในประเทศท่ีเป็นอู่ข้าวอู่น้ำอย่างไทย คำตอบคือ จริง!!! เพราะท่ีท่ีมีแต่วัตถุไม่มีความรักคนสามารถอดตายได้ แต่ท่ีท่ีมีความรักแม้จะขาดแคลนคนก็สามารถอยู่รอดได้

ผมขอเสนอเร่ืองราวดีๆ ในประเทศท่ีผู้คนยกย่องว่าเป็นประเทศและภาษาที่โรแมนติกท่ีสุด

ในปี ค.ศ.1985 เม่ือ โกลุช (Coluche 1944-1986) นักแสดงและตลกชาวฝรั่งเศสกล่าวผ่านรายการวิทยุช่องเออโรป1 ว่า"ผมได้จดหมายจากคนตกงานหลายคน เขียนมาว่าพวกคุณช่างใจดี ร้องเพลงการกุศลช่วยคนท่ีอดอยาก แต่เงินเหล่าน้ันถูกส่งไปต่างประเทศ (ช่วงน้ันศิลปินนักร้องเพลงการกุศลเพ่ือรวบรวมเงินช่วยเด็กๆ ท่ีเอธิโอเปีย) แล้วเม่ือไหร่พวกคุณจะช่วยคนในประเทศบ้างล่ะ ผมเลยเกิดความคิดเล็กๆ ขึ้นมาว่าจะหาคนรับสปอนเซอร์เปิดโรงอาหารท่ีแจกจ่ายอาหารฟรีๆ ให้คนขัดสน เริ่มจากในปารีสก่อน แล้วค่อยๆ ขยายไปหัวเมืองใหญ่ ทั่วประเทศ…"

ในตอนน้ันไม่มีใครคาดว่าความคิดเล็กๆ ของตัวคนคนหน่ึงจะสามารถสืบสานต่อเป็นชิ้นเป็นอัน และขยายใหญ่โต กลายเป็นองค์กรการกุศลท่ีประสบความสำเร็จอย่างสูงในฝร่ังเศสจนถึงทุกวันนี้

หลังจากออกอากาศกระจายความคิดของตนในคร้ังน้ันแล้ว โกลุชกับผองเพ่ือนและอาสาสมัครก็ได้เปิดสมาคมท่ีเรียกขานกันท่ัวไปว่า 'เรสโตส์ ดุ เคอร์' (Restos du Coeur) หรือในช่ือยาวๆ แบบเป็นทางการว่า เลส์ เรสโตรองต์ส์ ดุ เคอร์-เรอเลส์ ดุ เคอร์ (Les Restaurants du Cur-Relais du Cur) ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเร่ืองอาหาร ด้วยการให้มีอาหารกิน และเปิดให้มีการร่วมกันต่อสู้ความยากจนในทุกรูปแบบ ผ่านสโลแกนเรียกร้องต่อสาธารณชนคือ

On compte sur vous!
(อ็ง กงป์ ซุร์ วูส-ของฝากไว้ในมือคุณ)

เรสโตส์ ดุ เคอร์ เปิดต้ังครั้งแรกท่ีปารีส เม่ือวันท่ี 22 ธันวาคม ค.ศ.1985 และขยายสาขาไปท่ัว่ระเทศอย่างรวดเร็ว ในช่วงปีแรกได้แจกจ่ายอาหารไป 8 ล้าน 5 แสนมื้อ (นับแต่ละมื้อของแต่ละคน) ขณะท่ีเป้าหมายของผู้ก่อต้ังคือ 2 แสนมื้อต่อวัน รายได้ของสมาคมในช่วงปีแรกนี้มาจากการขายเพลงท่ี ณองฌาคส์ โกลแมน นักร้องช่ือดังของฝร่ังเศสเพ่ือนของโกลุชแต่งให้ และการรวบรวมเงินบริจาคผ่านรายการโทรทัศน์ท่ีออกอากาศเม่ือวันท่ี 26 มกราคม ค.ศ. 1986 โดยโกลุชรับหน้าท่ีเป็นพิธีกร

รายการพิเศษนี้ออกอากาศตลอดช่วงบ่าย รวบรวมผู้มีช่ือเสียงในทุกแขนงท้ังนักการเมืองจากทุกฝ่าย พิธีกรและดีเจจากช่องโทรทัศน์และวิทยุทุกค่าย ศิลปินนักร้องกับนักกีฬาทุกประเภทมาเปิดแสดง และน่ังรับโทรศัพท์อย่างมากมายชนิดท่ีไม่เคยปรากฏมาก่อน

ต้ังแต่ก่อต้ังมาเป็นเวลา 22 ปี เรสโตส์ ดุ เคอร์ ขยายตัวอย่างสม่ำเสมอเร่ือยมาจำนวนอาหารท่ีแจกจ่ายไปแล้วรวมกันได้เกิน 1,000 ล้านม้ือ

มีผู้ได้รับความช่วยเหลือประมาณ 7 ล้านคน มีศูนย์สาขา 2,000 แห่ง จนปีล่าสุด ในหน้าหนาวช่วงปี ค.ศ.2006-2007 สมาคมได้แจกจ่ายอาหารไปแล้ว 87 ล้าน 7 แสนม้ือ

ในปีท่ีเปิดตัว เรสโตส์ ดุ เคอร์ มีอาสาสมัครรวมท้ังสิ้นราว 5,000 คน และในปัจจุบันเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นมากกว่า 40,000 คน ทั่วประเทศ อาสาสมัครเหล่านี้ทำงานต้ังแต่ดูแลการบริหารจัดการ ลงสนามแจกจ่ายอาการ ให้บริการผู้ยากไร้ตามกำลังความสามารถและอาชีพของตน เช่น ช่างตัดผมช่วยลงแรงตัดผมคนยากจนโดยไม่คิดเงิน เชฟใหญ่จากร้านอาหารระดับติดดาวเดินทางมาช่วยสอนวิธีดัดแปลงทำอาหารจากวัตถุดิบพื้นฐานท่ีสมาคมแจกจ่ายในแต่ละวัน เพ่ือสร้างความสุขในการกินและได้สารอาหารครบถ้วนเป็นต้น

ทุกวันนี้สมาคมได้ขยายกิจกรรมการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ มากมาย เช่น เปิดศูนย์แจกจ่ายเคร่ืองอุปโภคบริโภคสำหรับเด็กทารกให้กับพ่อแม่ผู้มีรายได้น้อย จัดรถตู้เปิดจุดแบ่งอาหารให้กับคนเร่ร่อน ให้ความช่วยเหลือเร่ืองท่ีอยู่อาศัย การช่วยเหลือเพ่ิมเติมทางด้านการศึกษา จัดการพักร้อน เหมือนกับคนอ่ืนๆ ให้กับเด็กๆ จากครอบครัวท่ีขาดโอกาส จนเป็นตัวอย่างให้เกิดองค์กรในลักษณ์เดียวกันท่ีเบลเยียมและเยอรมนี ความสำเร็จของเรสโตส์ ดุ เคอร์ มาจากความต้ังใจจริงของความคิด คือ โกลุช ซึ่งมองเห็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์สมาคมของตนผ่านความนิยมชมชอบจากประชาชน เขาไม่เคยปล่อยโอกาสการพูดประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสมาคมในระหว่างการปรากฏตัวผ่านส่ือมวลชนเลยแม้แต่คร้ังเดียว

นอกจากต่อสู้ผ่านส่ือแล้ว เขายังใช้วิธีการต่อสู้ทางกฎหมาย โดยในปีค.ศ.1988 เป็นตัวต้ังตัวตีเสนอให้ปรับเปล่ียนกฎหมายให้ผู้บริจาครายย่อยสามารถได้รับสิทธิในการหักลบในรายได้สำหรับคำนวณภาษีซึ่งแต่เดิมกำหนดสงวนสิทธิให้กับผู้บริจาครายใหญ่เท่าน้ัน จนกฎหมายท่ีจูงใจให้คนบริจาคเงินเพ่ือการกุศลมากขึ้นท่ีออกมาใหม่ได้ช่ือว่า ลา ลัว โกลุช (la loi Colucha กฎหมายโกลุช)

ต่อมาเม่ือโกลุชเสียชีวิตในอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ชนรถบรรทุกเมื่อวันท่ี 19 มิถุนายน 1986 ซ่ึงสร้างความตกตะลึงและความเศร้าโศกกับชาวฝรั่งเศสท่ัวประเทศ ทำให้หลายคนจับตามองว่า เม่ือขาดเสาหลักและโฆษกเอกประจำสมาคมแล้ว เรสโตส์ ดุ เคอร์ จะยังยืนหยัดต่อได้หรือไม่ แต่ผู้ร่วมก่อต้ังสมาคมและอาสาสมัครของเรสโตส์ ดุ เคอร์ ก็ไม่ท้อถอยตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไป โดยนอกจากการเปิดรับบริจาคเงินและส่ิงของตามปกติแล้ว ยังมีกลุ่มศิลปินดารานักร้องท่ีรวมตัวกันในนาม เลส์ อองฟัวเรส์ (Lesenfoirs) เข้ามาช่วยเหลือหาเงินสนับสนุนอีกแรง ศิลปินนักร้องกว่า 40 ชีวิตกลุ่มนี้บะผลัดเปล่ียนกันมาร่วมเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ประจำปีสลับสับเปล่ียนสถานท่ีแสดงไปตามเมืองต่างๆ มีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศนและเป็นรายการท่ีมีเรตติ้งคนดูสูงถึงกว่าสิบล้านคนในคืนออกอากาศ จนได้รับความสนใจเป็นสปอนเซอร์บันทึกการถ่ายทำจากสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ กลายเป็นงานระดับชาติท่ีทุกคนรอคอยอีกงานหน่ึง

เม่ือจบคอรเสิร์ตแล้ว เลส์ อองฟัวเรส์ จะออกซีดีและดีวีดีบันทึกภาพคอนเสิร์ต จำหน่ายหารายได้เข้าเรสโตส์ ดุ เคอร์ โดยไม่รับค่าตัวและส่วนแบ่งลิขสิทธิ์ ช่วยหาเงินเข้าสมาคมได้หลายล้านยูโร ส่วนคนท่ีอุดหนุนจะได้ช่ือว่าเป็นผู้บริจาคอาหาร 18 มื้อต่อซีดีหรือดีวีดีท่ีซื้อไป 1 แผ่น และได้รับความสนใจจากแฟนๆ ของนักร้องเหล่าน้ันไม่น้อย

ก็ใครเหล่าจะใจแข็งไม่ยอมควักเงินซื้อเม่ือนักร้องคนโปรดของตนหันมาสบตาผ่านกล้องแล้วกล่าวว่า

On compte sur vous!

จาก อธิชา มัณชุนากร a day

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น