วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คู่แข่งคือพรอันประเสริฐ

โดยส่วนตัวผมสมัยก่อนเกลียดการทำธุรกิจตามผู้อื่นที่ทำได้ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องไปแข่งไปแย่งกับเขาด้วยคุณไม่มีสมองคิดอะไรใหม่เองหรือ

เพราะโดยส่วนตัวผมต้องการความดีเลิศอยู่แล้วหากธุรกิจของผมประสบความสำเร็จ ผมเองก็ไม่หยุดนิ่งและพอใจกับความสำเร็จนั้นจนไม่มีการพัฒนาต่อไป ยิ่งจะพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ
แต่นั้นมันผมคนเดียว สำหรับคนอื่นก็คิดแตกต่างกันไป และคนส่วนใหญ่มักจะพึงพอใจกับความสำเร็จในอดีต ในเมื่อบริษัทยังทำกำไลอยู่จะทำอะไรใหม่ให้เหนื่อยไปทำไม

พระเจ้าท่านรู้จุดอ่อนของมนุษย์ในเรื่องนี้ดี จึงประทานพรอย่างนึงคือ คู่แข่ง ให้เกิดในโลกนี้ ไม่ว่าจะเหตุผลอะไร จะมีคนพร้อมลงทุนทำธุรกิจแข่งกับคนที่ทำธุรกิจประสบความสำเร็จอยู่ในขณะนั้นเสมอ

ผมยอมรับว่าเมื่อก่อนผมเกลียดการมาแย่งมาแข่งขันมาก เพราะไม่เข้าใจว่ามันมีประโยชน์จริง ๆ ต่อตัวเราเอง บริการนึงที่ทำให้ผมคิดได้คือ ค่ายผู้ให้บริการมือถือและอินเตอร์เน็ทในบ้านเรา ไม่มีการแข่งขัน ทั้ง 3 บริษัทได้จับตัวลูกค้าเป็นตัวประกัน ลูกค้าไม่มีอำนาจต่อรองอะไร เขาจะคิดค่าบริการเท่าไรเราก็ต้องจ่าย บริการห่วยอย่างไรเราก็ต้องใช้ไปไม่ทางให้เลือก ถึงจะมี 3 เจ้า มันก็ไม่ต่างกันเลยเหมือนคำที่คนไทยนิยมใช้ว่า "ทุกศาสนาก็เหมือนกันหมดคือสอนให้ทุกคนเป็นคนดี(แต่ทุกคนก็ยังเหี้...อยู่)" ชีวิตคนไทยตกเป็นทาสของพวกพ่อค้าที่พึงพอใจกับเงินที่ไหลออกจากกระเป๋าคุณ เข้ากระเป๋าเค้า โดยไม่คิดจะพัฒนาอะไรให้ดีขึ้น

ประชาคมอาเซียน คือ หนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไม่มากก็น้อย ผมสามารถพูดตรงนี้ได้เลย บริษัทอื่นในประเทศเพื่อนบ้านไม่เอาคุณไว้แน่ พวกเค้ารู้จักคุณดีว่าบริการห่วยขั้นเทพแค่ไหน ลูกค้าพร้อมจะกระโดดหนีทันทีที่มีผู้ให้บริการที่แตกต่าง บริษัทที่มีขนาดเท่าคุณเวลาล้มมันดังมากนะครับ ไอ้นามสกุลที่พวกดาราอยากจะมาร่วมใช้ จะกลายเป็นขี้ปากให้พวกอาจารย์การตลาดในมหาวิทยาลัยยกมาเป็นพร็อตเรื่องเขียนหนังสือว่า "ทำอย่างไรให้ล้มเหมือน A...D...T..." เวลานั้นจะขำไม่ออกนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น