วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ฟังเสียงหัวใจมันเรียกร้อง!!!

ผมฝันต้ังแต่เด็กท่ีจะช่วยทำโลกนี้ให้ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามกับความต้ังใจนั้น อายุ 37 แล้วยังต้ังตัวไม่ได้ ต้องกินเงินกงสีอยู่เลย ทำโรงงานก็เจ๊ง ทำงานเป็นลูกจ้างเขาก็ไม่เกินครึ่งปีออก ไม่มีอะไรเป็นความภูมิใจได้เลย แต่มาวันนี้มีหลายชีวิตเป็นแรงบันดาลใจ เช่น โยเซฟถูกขายเป็นทาส ถูกใส่ความติดคุกแต่เขาก็ไม่ทิ้งความหวังใจ สุดท้ายเป็นนายกรัฐมนตรีของอียิปต์ โมเสสเป็นเจ้าชายอยู่สบายๆ ต้องหนีคดีฆ่าคนไปอยู่บ้านนอก จนอายุ 80 แล้วก็ยังกลับมาทำงานใหญ่ได้ Steve jobs ชีวิตตกต่ำทุกรูปแบบ กำพร้า จน เรียนไม่จบ โดนไล่ออกจากบริษัทท่ีตัวเองก่อต้ัง หย่า เป็นมะเร็งจนตาย แต่ไม่ทิ้งงานท่ีตนรัก เทียบกับคนเหล่านี้ไอ้ความล้มเหลวของผมมันกระจอกไปเลย ผมคงฟังเสียงหัวใจท่ีเรียกร้องให้ช่วยโลกนี้ให้ดีขึ้นต่อไป เพ่ือตอบแทนบุคคลผู้เป็นแรงบันดาลใจทุกท่าน

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แผลในใจ

ผมดูหนังเร่ือง code blue เร่ืองเก่ียวกับหมอแผนกฉุกเฉิน มีประโยกเด็ดมาแบ่งบันให้ฟัง "การรักษาแผลในใจน้ัน ไม่มี เพราะความเจ็บปวดน้ันก็สำคัญสำหรับเรา เพ่ือจะได้เข้าใจความเจ็บปวดของผู้อ่ืนได้!!!" เจ๋งไหมครับ ผมมีชีวิตมาพอสมควร การยอมรับความเจ็บปวดได้น้ัน ทำให้ใจเรามีความสุขมากกว่า การพยายามลบมันออกไป

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

หากน้ำตามันจะไหลก็ไม่ผิดอะไร!!!

มีบุคคลท่ีช่ือเสียงระดับโลกหลายคนตายไป ผมบอกได้ว่าเฉยๆ แต่กับ Steve jobs แล้วความตายของเขาน้ัน มันยิ่งใหญ่มาก จนน้ำตาไหล ไม่ใช่ญาติไม่ใช่เพ่ือน ไม่เคยคุยกัน ผมไม่ใช่สาวกอะไรๆ อย่างคนอ่ืน ผมได้ศึกษาประวัติชีวิตของเขาคำปราศัยในงานมอบปริญญา เขาเป็นบุคคลท่ีน่ายกย่องจริงๆ เขาเปล่ียนโลกธุรกิจคอมพิวเตอร์ท่ีแสนจะเห็นแก่ตัวเห็นแก่เงิน ให้เป็นโลกของศิลปะ ท่ีคนระดับล่างสามารถเข้าถึงได้ คนพิการตาบอดก็เข้าถึงได้ น้ำตานี้มอบให้นายจ็อบ

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

บทพิสุจน์ตัวของ tim cook

ตอนคุณจ็อบออก iPhone ปี 2007 ก็มีเสียงเย้ยหยันว่ามันไม่เวิร์คบางละ ไปไม่รอดบางละ แต่ก็เป็นอย่างท่ีทราบๆ กัน iPhone ของตาจ็อบเปล่ียนวงการมือถือไปไม่มีวันย้อนกลับอีกเลย มาวันนี้คุณ tim cook ก็โดนเหตุการณ์เดียวกัน iPhone 4s มีดีท่ีระบบ Siri ถ้า apple ทำได้เหมือนระบบจอสัมผัสสมัย iPhone รับรอง พวกที่เย้ย tim cook มีหงายหลัง

ตัวอย่างการตลาดตัวพ่อ

Starbucks และ Apple เป็นตัวอย่างของการสร้างแบรนท่ีประสบความสำเร็จ ก่อให้เกิดกลุ่มสาวก ผมสามารถนำเสนอไอเดียท่ีคิดขึ้นเพ่ือโบสถ์ โดยใช้ตัวอย่างของ 2 บริษัทนี้เป็นตัวขยายความหมายและทิศทางของแผนการตลาดได้ชัดเจนมาก

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ความเลวร้ายมันไม่ได้แย่ไปหมดหลอกนะ!!!

มีคนบ่นเร่ืองแย่ของคนไทย เร่ืองเลวๆ ของนักการเมืองไทย เร่ืองน่าอายท่ีต้องให้ต่างชาติมาสอนเร่ืองความพอเพียง เร่ืองความโง่ของผู้ประกอบไทยท่ีอยากได้กำไรแต่ไม่อยากลงทุน หรือลงทุนก็ลงทุนแบบโง่ๆ ผมกลับไม่ค่อยรู้สึกว่ามันแย่มากๆ แต่กลับมองว่ามันเป็นโจทย์ของเรา ท่ีเกิดมาอยู่ในประเทศห่วยๆ แบบนี้มันคือความท้าทายและเป็นงานของเรา ผมได้รับพรสวรรค์และโอกาสชีวิตมากมาย ท้ังไม่สมควรจะได้ แต่น้ีแหละ มันคือพระประสงค์ของพระเจ้าต่อเรา ต่อประเทศท่ีเราเกิดและอยู่ในเวลานี้ ผมคิดได้อย่างนี้ผมก็ขอบคุณความห่วยของประเทศ ความทุเรศของคนในชาติขอบคุณพวกเขา ท่ีทำให้การเกิดมาของเรามีความหมาย น่าท้าทาย ลองคิดดูหากเราเกิดมาอยู่ในสังคมท่ีเจริญแล้ว จะมีอะไรเหลือให้ได้ใช้ชีวิตอย่างสุดความสามารถอย่างในประเทศนี้ สร้างชาติไทยให้เป็นอารยะประเทศได้ ฝรั่งต้องยกมือไหว้เราเลย!!!

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ความดี เวลา ความอดทน

ใน 1 อาทิตย์ผมถูกปฏิเสธความหวังดีถึง 2 ครั้ง ผมกลับมาคิดว่าเป็นเพราะอะไร เพราะอะไรความหวังดีของเราถึงได้รับการตอบแทนอย่างนี้ และพาลคิดอะไรๆ ท่ีไม่ดีอีกหลายอย่าง แต่เม่ือเห็นชีวิตของ William Wilberforce ผู้ท่ีผลักดันกฎหมายยกเลิกการค้าทาสในอังกฤษต้องใช้เวลาถึง 15 ปีกว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านสภาของอังกฤษ และใช้เวลาอีกตลอดท้ังชีวิตในการรณรงค์การยกเลิกการค้าทาสน้ัน ความดีเป็นเร่ืองท่ีทำได้ยาก แต่เราต้องทำต่อไป มันคล้ายๆ ต้นไม้ท่ีไม่ได้โตในวันเดียวและอีกวันก็ออกผลให้เราได้กิน ไม่ใช่ ATM กดปุ๊บได้ปั๊บ หากเราเช่ือในส่ิงท่ีทำ เราก็ต้องยอมรับความจริงของความดีด้วยว่ามันเป็นเช่นนี้ ไม่เร็วไม่ช้า แต่ต้องรดน้ำด้วยความอดทนรอคอย